มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดแถลงข่าวแนะนำโตโยต้า พาวิลเลี่ยน ในงานบีโอไอแฟร์ เมื่อวันที่ 4 มกราคมนี้ บริเวณริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมจัดแสดงในงาน บีโอไอแฟร์ เป็นครั้งที่ 3 โดยในครั้งนี้จัดแสดงบนพื้นที่ขนาด 2,000 ตารางเมตร ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 5 – 20 มกราคม 2555 ภายใต้แนวคิด “Toyota Leads The Way Towards Better Sustainable Mobility Society” เพื่อต้องการสื่อถึง การสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมอย่างกลมกลืนและก่อให้เกิดสังคมแห่งความยั่งยืน ที่ได้รับการออกแบบ โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับความล้ำสมัย เริ่มจากรูปลักษณ์ภายนอกของพาวิลเลี่ยนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสาน ระหว่างธรรมชาติและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ให้ความ รู้สึกที่กลมกลืนของเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมที่อยู่เคียงคู่กัน สะท้อนถึงความทันสมัยควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พลังงานด้วยผนังลายฉลุรอบอาคาร เพื่อปกป้องความร้อนจากแสงอาทิตย์ พร้อมกระจกม่านน้ำขนาดใหญ่ด้าน หน้าอาคาร ที่มีคุณสมบัติทั้งสามารถช่วยลดปริมาณความร้อนและลดการใช้พลังงาน พร้อมพื้นที่เพื่อการพักผ่อนด้วยสวนสีเขียว เพิ่มความร่มรื่นท่ามกลางนวัตกรรมอันทันสมัยในโตโยต้าพาวิลเลี่ยน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมชมโตโยต้าพาวิลเลี่ยนจะได้พบกับเรื่องราวจากปัจจุบันสู่ อนาคต กับเทคโนโลยีของโตโยต้า โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน
ภายในอาคารของโตโยต้า นอกมีจุดผักผ่อนในสวนสีเขียว ยังได้แบ่งออกเป็น 3 โซน แสดงเรื่องราวจากปัจจุบันสู่อนาคต กับการพัฒนาเทคโนโลยีของโตโยต้า โดยโซนแรกแสดงการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ซึ่งอีกโซนจะพบกับหุ่นยนต์แห่งโลกอนาคต “Partner Robot” ที่พัฒนาเป็นผู้ช่วยมนุษย์ มาแสดงความสามารถพิเศษให้ผู้เข้าชมอย่างใกล้ชิด รวมถึงยานพาหนะไฟฟ้าเคลื่อนที่แบบพกพา “Whee” พร้อมสัมผัสความล้ำสมัยไปกับรถต้นแบบ “Prius C” ที่สะท้อนความเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โซนที่ 1. การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขกับโตโยต้า (Happy Living With Toyota)
จัดแสดงการมีส่วนร่วมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งในด้านสิ่งแวด
ล้อมและชุมชน และด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในโครงการ “ถนนสีขาว” ซึ่งผู้เข้าชมทุก
ท่านจะได้พบกับ
ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน
1. โรงงานแห่งความยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงกระบวนการผลิตที่ลดการก่อและปล่อยของเสียสู่สิ่งเวดล้อม
2. Stop Global Warming ความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับเครือข่ายลดโลกร้อนที่มีอยู่ใน 77
จังหวัด ทั่วประเทศ ในการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตเพื่อการอยู่ร่วม
กันกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
3. โรงสีข้าวรัชมงคล การดำเนินการตามรอยพระยุคลบาท ในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร
ในราคา ยุติธรรม และจำหน่ายข้าวสารในราคาที่เหมาะสม โดยมิได้หวังผลกำไรจากการดำเนินงาน
ด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
1. White Road Society App. ฟรีดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ที่ให้ความสนุกพร้อมสร้างจิตสำนึก
ของการขับขี่ อย่างปลอดภัย
2. i – table Road Safety สร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับกฎจราจร ผ่านจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
3. Toyota CSR Facebook สังคมออนไลน์ ของการทำความดีเพื่อสังคมและที่พิเศษเฉพาะงานนี้
คือ CSR Service Corner ที่มาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการซ่อม และดูแลรักษารถยนต์ที่ประสบภัยน้ำท่วม
โซนที่ 2. ก้าวไปกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยกับโตโยต้า (Advanced Technology With Toyota)
นอกจากรถยนต์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โตโยต้าได้พัฒนาหุ่นยนต์ Partner Robot เพื่อให้เป็นผู้ช่วยของมนุษย์ ที่มีทั้งความฉลาดและอ่อนโยน โดยได้นำวิทยาการของอุตสาหรรมหุ่นยนต์มาผสานกับสุดยอดเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมไอที โดยแบ่งแนวทางการพัฒนาออกเป็น 4 ด้าน ด้านการแพทย์ (Medical and Welfare support) ด้านการเดินทาง (Mobility support) ด้านงานบ้าน(Housework support) และด้านโรงงาน(Manufacture support) เพื่อเน้นพัฒนาความสามารถเฉพาะทางให้ดีที่สุด
โซนที่ 3. การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่ยั่งยืนในอนาคตกับโตโยต้า (Sustainable Future
Living With Toyota)
สัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิตและการเชื่อมต่อของเทคโนโลยีในโลกอนาคตที่มีระบบการจัดสรรการใช้
พลังงานสำหรับการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าจากการใช้พลังงานมากที่สุด
1. Smart Grid ระบบโครงข่ายพลังงานอัจฉริยะ ที่จัดสรรการนำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากแสง
อาทิตย์และลม มาใช้รวมกับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้า โดยเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับ
แต่ละช่วงเวลาของวันเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ซึ่งเป็น
การนำพลังงานมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อภาพรวมของประเทศ
2. Prius Plug – in รถยนต์ไฮบริดที่สามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าได้ มาพร้อมกับระบบแบ
ตเตอรีไฮบริดที่มีประสิทธิสูงขึ้น ทำให้รถสามารถวิ่งได้ ระยะทางมากขึ้น ในโหมดที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
เพียงอย่างเดียว (EV mode) นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเวลาในการชาร์จไฟ เพื่อที่จะชาร์จไฟใน
ช่วงเวลาที่มีค่าการใช้ไฟฟ้าต่ำ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยเฉลี่ยการใช้ไฟฟ้าของประเทศ
3. 3D Theatre จำลองบรรยากาศของโลกอนาคตแบบ 3 มิติ ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่ง
ของการใช้ชีวิตในโลกอนาคตที่มีการนำระบบ Smart Grid มาใช้ร่วมกับ รถยนต์ Prius
Plug-in และระบบโตโยต้า สมาร์ท จีบุ๊ค ที่ใช้เทคโนโลยี เทเลเมทิกส์ในการสื่อสารและรับส่ง
ข้อมูลต่างๆ อาทิ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต การค้นหาสถานที่ต่างๆ หรือ สภาพการจราจร โดย
สามารถควบคุมได้อย่างสะดวกสบายผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงการจัดสรรการใช้พลังงาน
อย่างมีประสิทธิภาพ

























